วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

"สัตตมหาสถาน" สัปดาห์ที่ 7 เสด็จประทับภายใต้ร่มไม้ราชายตนะ


สัตตมหาสถาน คือ สถานที่ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง)  หลังจากที่ตรัสรู้ธรรมวิเศษแล้ว สถานที่ละ 1 สัปดาห์ รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง

สัปดาห์ที่ 7 เสด็จไปประทับภายใต้ต้นราชายตนะ (ต้นเกด)


ที่มา : SaveMesAynakTH

                ในสัปดาห์ที่ 7 นี้เป็นสัปดาห์สุดท้าย พระพุทธองค์ทรงเสด็จไปประทับภายใต้ร่มไม้แห่งหนึ่ง ที่มีชื่อว่า ต้นราชายตนะหรือต้นไม้เกด ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ เป็นเวลา 7 วัน โดยได้ทรงอดอาหารมาเป็นเวลา 49 วันมาแล้ว

ที่มา : https://www.matichonweekly.com/religion/article_5288

                ขณะนั้นก็มีพ่อค้าชาวพม่า 2 คน ที่มีชื่อว่า ตปุสสะ กับ ภัลลิกะ  นำเกวียน 500 เล่ม เดินทางมาจากอุกกลชนบทผ่านตำบลพุทธคยา (สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า)  ได้พบกับพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนั่งประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่ใต้ต้นราชายตนะ และเกิดความเลื่อมใส จึงได้นำข้าวสัตตุผง สัตตุก้อน ซึ่งเป็นเสบียงของตนไปถวาย ในขณะนั้นพระพุทธองค์ยังไม่มีบาตร ท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 จึงนำบาตรมาถวายองค์ละ 1 ใบ แต่พระพุทธองค์ก็ทรงดำริว่า ใบเดียวก็เพียงพอต่อเรา จึงอธิษฐานให้บาตรทั้ง 4 ใบ ประสานรวมกันเป็นใบเดียว แล้วจึงทรงรับ สัตตุผง สัตตุก้อน จากพ่อค้าทั้งสองคน

                หลังจากที่พระองค์ทรงเสวยสัตตุผง สัตตุก้อนแล้ว ก็ทรงแสดงธรรมและประทานอนุโมทนาให้แก่พ่อค้าทั้งสอง เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้วพ่อค้าทั้งสองก็เปล่งวาจาถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นสรนะ (ที่ยึดเหนี่ยวทางใจ) ตลอดชีวิต ก่อนจะเดินทางต่อไป พ่อค้าทั้งสองก็ได้กราบทูลของสิ่งของที่ระลึกจากพระพุทธองค์เพื่อนำไปบูชาสักการะ

                พระพุทธองค์ทรงนำพระหัตถ์ลูบพระเศียร เส้นพระเกศา 8 เส้นหลุดติดพระหัตถ์มา จึงได้ประทานให้กับพ่อค้าทั้งสองคนนั้น ชาวพม่าสองคนนี้จึงนำพระเกศาธาตุ 8 เส้น กลับไปยังเมืองย่างกุ้ง พอถึงประเทศพม่าก็ได้มีพิธีสมโภชพระเกศาธาตุเป็นเวลาหลายวัน และได้จัดสร้าง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เพื่อบรรจุพระเกศาธาตุ มาจนถึงทุกวันนี้


ที่มา : https://www.govivigo.com/ideas/142-myanmar

หมายเหตุ : ข้าว สัตตุผงบาลีเรียกว่า มันถะคือ ข้าวตากที่ตำละเอียด ส่วนข้าว สัตตุก้อนบาลีเรียกว่า มธุบิณฑิกะคือ ข้าวตากที่ผสมน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นก้อนๆ


อ้างอิง

เสฐียรพงษ์ วรรณปก.  (2559).  สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา (10) อุบาสกคู่แรกในพระพุทธศาสนา.  ค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562 , จาก https://www.matichonweekly.com/religion/article_5288

Save Mes Aynek Thailand. (2013).  สัปดาห์ที่ ๗ : ต้นราชายตนะ (ต้นเกด)ค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562 , จาก https://www.facebook.com/SaveMesAynakTH/photos/a.406663686069318/507586552643697/?type=3


วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

"ปราสาทบายน" แห่งเมืองนครธม



เมืองนครธมหรือเมืองพระนครหลวงเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเขมร สร้างขึ้นโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ถือได้ว่าเป็นเมืองหลวงที่เข้มแข็งที่สุดในอาณาจักร ภายในเมืองประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างมากมาย เริ่มจากประตูเมืองนครธมทางทิศใต้ มีลักษณะเป็น 4 หน้า โดยทางเข้าจะเป็นสะพานนาค มีรูปแกะสลักของอสูรอยู่ทางด้านขวาและรูปแกะสลักของเทวดาอยู่ทางด้านซ้าย



ภาพโดย : Pacharaphun.ntk


ภาพโดย : Pacharaphun.ntk


ภาพโดย : Pacharaphun.ntk

แผนผังเมืองนครธม


ที่มา : https://www.gotouchthesky.com/angkorthom/

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างปราสาทบายนไว้ที่ศูนย์กลางของเมืองนครธม ซึ่งเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ในศาสนาพุทธ นิกายมหายาน ถูกสร้างขึ้นโดยการนำหินมาวางซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้น ๆ มีลักษณะที่โดดเด่นคือ ปรางค์ปราสาทจะเป็นรูปพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวร มีทั้งหมด 216 หน้า จากยอดปราสาททั้ง 54 ยอด ทุกพระพักตร์จะทอดสายตาลงมาเบื้องล่าง เพื่อคอยสอดส่องดูแลเหล่าพสกนิกรของพระองค์และมีรอยยิ้มที่เมตตา เรียกว่ายิ้มแบบบายน


ภาพโดย : Pacharaphun.ntk

ปราสาทบายนเป็นศิลปะขอมสมัยบายน กำหนดอายุได้ประมาณ 800 กว่าปี เป็นปราสาทที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีลักษณะที่แปลกไปจากปราสาทอื่น ๆ ในเขมรตรงที่มีฐานไม่ได้สูงมากนัก เพราะยึดตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา แผนผังปราสาทประธานเป็นทรงกลม มีห้องต่าง ๆ จำนวนมาก แสดงให้เห็นการวางผังปราสาทในรูปของ "มณฑล" ทางพุทธศาสนามหายาน


ภาพโดย : Pacharaphun.ntk

แผนผังปราสาทบายน


ที่มา : http://huexonline.com/knowledge/26/180/

ปราสาทบายนมีความแตกต่างจากปราสาทอื่น ๆ ของเขมรเพราะไม่ได้สร้างกำแพงล้อมรอบตัวปราสาทไว้ แต่จะใช้กำแพงเมืองนครธมล้อมรอบแทน จึงถือได้ว่าปราสาทบายนเป็นศูนย์กลางของเมืองนครธมอย่างแท้จริง


ที่มา : https://www.gotouchthesky.com/angkorthom/


อ้างอิง

เชษฐ์ ติงสัญชลี.  (ม.ป.ป).  ประตูเมืองนครธมทางทิศใต้.  ค้นเมื่อ 16 กันยายน 2562, จาก https://www.sac.or.th/databases/seaarts/th/architectureth

เชษฐ์ ติงสัญชลี.  (ม.ป.ป).  ปราสาทบายน.  ค้นเมื่อ 16 กันยายน 2562, จาก https://www.sac.or.th/databases/seaarts/th/architectureth

อภิรักษ์ กาญจนคงคา. (ม.ป.ป).  บายน:วิมานไพชยนต์.  ค้นเมื่อ 16 กันยายน 2562, จาก http://huexonline.com/knowledge/26/180/

อารีย์ ภู่สมบูญ. (2553).   ปริศนา "ปราสาทบายน" ฤา.....มนุษยชาติจะผ่านพ้นความขัดแย้ง.  ค้นเมื่อ 16 กันยายน 2562, จาก http://www.yclsakhon.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539707368






วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

"สด๊กก๊อกธม" ปราสาทเขมรโบราณในประเทศไทย

ปราสาทเขมรโบราณที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์นั้นมีมากมายนับพันแห่ง หากกล่าวถึงปราสาทหินที่มีลักษณะเด่นเป็นทรงพุ่ม ก็คงจะหนีไม่พ้นปราสาทหินในดินแดนภาคตะวันออกของไทย นั่นก็คือ “ปราสาทสด๊กก๊อกธม”




ภาพโดย : Pacharaphun.ntk


คำว่า “สด๊กก๊อกธม” มีที่มาจากภาษาเขมร คำว่า สด๊ก (มาจากคำว่า สด๊อก) หมายถึง รก ทึบ คำว่าก๊อก หมายถึง ต้นกก และคำว่า ธม หมายถึง ใหญ่ ดังนั้นคำว่า สด๊กก๊อกธมจึงแปลว่า “พื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นกกขนาดใหญ่” 



ภาพโดย : Pacharaphun.ntk

ปราสาทสด๊กก๊อกธรมตั้งอยู่ที่ บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา ปัจจุบันเป็นโบราณสถานที่ใหญ่และมีความสำคัญของจังหวัดสระแก้ว เพราะถือว่าเป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของประเทศไทย 




ที่มา : zthailand



ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ซึ่งเป็นกษัตริย์ของเขมรในสมัยนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อประทานแด่พระราชครู “ศรีชเยนทรวรมัน” ซึ่งเป็นผู้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกถวายพระองค์ สร้างขึ้นในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย มีการสถาปนาศิวลึงค์ 2 องค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ เทพเจ้าของศาสนาพราหมณ์ฮินดู ซึ่งในบริเวณปราสาทประธานพบชิ้นส่วนของฐานโยณีที่ประดิษฐานศิวลึงค์และร่องรอยของท่อโสมสูตร จึงสันนิษฐานว่า มีการสถาปนาศิวลึงค์ ณ ปราสาทแห่งนี้




ภาพโดย : Pacharaphun.ntk


ปราสาทแห่งนี้มีหลักฐานชิ้นสำคัญที่พบเมื่อ พ.ศ 2454 โดยนายลูเนต์ เดอ ลายองกิแยร์ นั่นก็คือ “จารึกสด๊กก๊อกธม 2” จารึกนี้ทำมาจากหินชนวนเป็นรูปสี่เหลี่ยม จารึกอักษรขอมโบราณ เนื้อหาในจารึกมีความสำคัญมาก เพราะได้บันทึกเรื่องราวประวัติตระกูลพราหมณ์ รายนามพระมหากษัตริย์เขมรโบราณ ตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 จนถึง สมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 รวมแล้วเป็นเวลากว่า 250 ปี ซึ่งแสดงถึงสภาพสังคม วัฒนธรรม ศาสนาและความเชื่อในสมัยนั้น จึงเป็นหลักฐานที่มีคุณค่ามากต่อการศึกษาประวัติศาสตร์เขมรโบราณ




ที่มา : กรมศิลปากร


ที่มา : กรมศิลปากร


ปราสาทสด๊กก๊อกธม เป็นสถาปัตยกรรมเขมร ประกอบไปด้วยอาคารที่สำคัญคือ ปราสาทประธาน บรรณาลัย 2 หลัง ล้มรอบไปด้วยระเบียงคดและกำแพงแก้ว อาคารทั้งหมดก่อสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ซึ่งมีการแกะสลักลวดลายลงบนหินเป็นการเล่าเรื่องราวในศาสนาพราหมณ์ฮินดู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานปราสาทสด๊กก๊อกธมครั้งแรกเมื่อ พ.ศ 2478 และได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนาปราสาทสด๊กก๊อกธมโดยการบูรณะปราสาทด้วยวิธีอนัสติโลซิส (Anastylosis) และได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณนี้ด้วย




ภาพโดย : Pacharaphun.ntk

สำหรับการเดินทางเข้าไปชมปราสาทนั้นสามารถไปได้หลายวิธี เช่น เดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางโดยรถประจำทาง และเดินทางโดยรถไฟ

วันเวลาที่ทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08:30 - 16:30 โดยไม่เสียค่าเข้าชม ในกรณีที่เข้าชมเป็นหมู่คณะควรจองล่วงหน้าโดยสามารถทำหนังสือมาขอเยี่ยมชมได้


ปราสาทแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เป็นโบราณสถานที่ควรค่าแก่การมาเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ของเขมร การเดินทางก็สะดวก มีลานจอดรถเพียงพอที่จะรับนักท่องเที่ยวจากทุกแห่งหน มีไกด์ประจำอุทยานที่สามารถนำทุกท่านไปเยี่ยมชมตัวปราสาทและให้ความรู้ได้อย่างครบถ้วน



อ้างอิง
ราฆพ บัณฑิตย์. (2546). ปราสาทสด๊อกก๊อกธม : ปราสาทเขมรทรงพุ่มรุ่นแรกในประเทศไทย.  วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.

มิวเซียมไทยแลนด์.  (2562). ปราสาทสด๊กก๊อกธม.  ค้นเมื่อ 26 กันยายน 2562, จาก https://www.museumthailand.com/th/museum/Sdok-Kok-Thom-Temple

กรมศิลปากร.  (ม.ป.ป).  ปราสาทสด๊กก๊อกธม.  ค้นเมื่อ 26 กันยายน 2652, จาก http://www.qrcode.finearts.go.th/index.php/th/historic-site/hs-sra-kiao/sdokkokthom


วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ปราสาทหินในดินแดนเขมรโบราณ


                ในบรรดาปราสาทขอมโบราณที่มีมากมายนั้น ดิฉันมีหนึ่งสถานที่ที่อยากจะมาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก ซึ่งสถานที่นี้เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่ามีความงดงามที่สุดในกัมพูชา มีลวดลายการแกะสลักที่เห็นได้ชัดแม้วันเวลาจะผ่านไปนานนับพันปีแล้ว ปราสาทนั้นก็คือ ปราสาทบันทายสรี นั่นเอง

ที่มา : https://f.ptcdn.info/956/004/000/1368074405-12-o.jpg

                ปราสาทบันทายสรีตั้งอยู่ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เป็นงานศิลปะประเภทสถาปัตยกรรม สร้างโดยพราหมณ์ที่มีชื่อว่า ยัชญวราหะเป็นพระราชครูในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 โดยสร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายพระอิศวรหรือพระศิวะ

ที่มา : https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/a/ae/Sreiplan01.png/250px-Sreiplan01.png

ปราสาทบันทายสรีสร้างด้วยหินทรายสีชมพูจึงมีความงดงามแตกต่างจากปราสาทขอมโบราณที่อื่น ซึ่งหินทรายสีชมพูนั้นค่อนข้างหายาก ตัวปราสาทมีขนาดเล็กตั้งอยู่บนพื้นราบเรียงกันสามหลัง หันไปทางทิศตะวันออก ปราสาทองค์กลางมีขนาดใหญ่ที่สุดมีมณฑปยื่นออกไปด้านหน้า ตัวปราสาททั้งหมดตั้งอยู่ในฐานที่เป็นดอกบัว 1 ฐาน ในด้านทิศตะวันตกมีบันไดอยู่ด้านหน้าปราสาทองค์กลางและมีทวารบาลนั่งเฝ้าอยู่ มีประตูเข้าออกเฉพาะด้านทิศตะวันออก ส่วนด้านอื่น ๆ เป็นประตูหลอก ในส่วนของยอดนั้นเป็นแบบเรือนซ้อนชั้นหรือทรงปราสาท แสดงให้เห็นถึงการเคารพบูชาสิ่งที่อยู่ด้านในเพราะยอดลักษณะดังกล่าวหมายถึงฐานันดรชั้นสูง

ภาพโดย : Pacharaphun.ntk 

ภาพโดย : Pacharaphun.ntk 

สำหรับการเดินทางและการไปเข้าชมปราสาทนั้น เราจะต้องไปติดต่อซื้อบัตรเข้าชมที่อาคารบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีบัตรอยู่หลายประเภท ขอแนะนำให้เลือกประเภทเหมารวมเพราะสามารถเข้าชมได้ทุกที่ในหนึ่งวัน ราคาประมาณ 1,000 บาท / คน

 ภาพโดย : Pacharaphun.ntk 

ภาพโดย : Pacharaphun.ntk 

โดยรวมจากที่เคยไปเที่ยวมานั้นพบว่าปราสาทบันทายสรีมีความสวยงามอย่างที่ผู้คนทั่วไปยกย่องจริง ๆ ลวดลายแกะสลักในตัวปราสาทยังคงอยู่เหมือนพึ่งสร้างเสร็จไม่นาน เรื่องราวที่แกะสลักอยู่ก็น่าค้นหาเป็นอย่างมาก ถ้าหากทุกท่านมีความสนใจในเรื่องของอารยธรรมขอมโบราณ เราขอแนะนำให้ทุกท่านไปที่เมืองเสียมราฐ เพราะเป็นแหล่งรวมอารยธรรมขอมที่มีความหลากหลายและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามให้ได้ไปเรียนรู้อีกมากมาย



อ้างอิง
เชษฐ์ ติงสัญชลี.  (ม.ป.ป).  ปราสาทประธานของปราสาทบันทายสรี.  ค้นเมื่อ 6 สิงหาคม 2562, จาก http://art-in-sea.com/th/data/cambodia-art/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A1/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3/itemlist/category/53-banteay-srei.html
กวิฎ ตั้งจรัสวงศ์. (ม.ป.ป). กลุ่มปราสาทประธาน 3 หลังของปราสาทบันทายสรีด้านทิศตะวันตก - BANTEAY SREI. ค้นเมื่อ 6 สิงหาคม 2562, จาก http://art-in-sea.com/th/data/cambodia-art/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A1/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3/itemlist/category/53-banteay-srei.html
Seang S.  (2011).  Banteay Srey : a study of the temple and its builder.  Master thesis in Southeast Asian Studies, Chulalongkorn University


วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

My Profile



          สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บล็อกแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดิฉันนางสาวพชรพรรณ นนทะโคตร นักศึกษาสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
         ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์หลาย ๆ แห่งของภูมิภาคเรา เนื่องจากเป็นบล็อกแรกของดิฉัน ถ้าหากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ 

"สัตตมหาสถาน" สัปดาห์ที่ 7 เสด็จประทับภายใต้ร่มไม้ราชายตนะ

สัตตมหาสถาน คือ สถานที่ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง)   หลังจากที่ตรัสรู้ธรรมว...